Traffic jam and busy street life in Bangkok

ชีวิตในเมืองและการทำงาน

ไม่ว่าจะเป็นการทำงานออฟฟิศที่ต้องนั่งหน้าจอนานๆ หรือการทำงานแบบ Work from Home ที่ทำให้เส้นแบ่งระหว่างเวลางานและเวลาพักผ่อนจางหายไป สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อพฤติกรรมการกินของเราโดยไม่รู้ตัว

เมื่อต้องเจอกับรถติดในกรุงเทพฯ หรือการประชุมที่ต่อเนื่อง เราอาจลงเอยด้วยการกินอาหารตามสั่งอย่างรวดเร็ว หรือพึ่งพาของว่างและเครื่องดื่มรสหวานระหว่างวันเพื่อเติมความสดชื่น ซึ่งในระยะยาวอาจทำให้พลังงานของเราแกว่งและรู้สึกเหนื่อยล้าได้ง่าย

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างอ่อนโยน

ไม่จำเป็นต้องทำทุกข้อในวันเดียว เลือกข้อที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคุณที่สุด

1

กินเป็นเวลามากขึ้น

พยายามรักษาจังหวะมื้ออาหารให้ใกล้เคียงกันในแต่ละวัน หลีกเลี่ยงการปล่อยให้หิวจัดจนเกินไป เพราะความหิวจัดมักจะทำให้เราเผลอกินเร็วและสั่งอาหารในปริมาณที่มากเกินความต้องการ

2

สังเกตความอิ่มของตัวเอง

ฝึกการกินอย่างมีสติ ลองวางช้อนส้อมลงบ้างระหว่างมื้อ ให้เวลาสมองได้รับรู้สัญญาณความอิ่มจากกระเพาะอาหาร จะช่วยให้เรารู้สึกสบายตัว ไม่จุกเสียดหลังกินเสร็จ

3

ดื่มน้ำระหว่างนั่งโต๊ะทำงาน

การตั้งขวดน้ำหรือแก้วน้ำไว้ใกล้ตัว และจิบน้ำเปล่าเรื่อยๆ ช่วยรักษาระดับความสดชื่น ลดอาการปวดหัว และบางครั้งยังช่วยลดความอยากกินของจุกจิกโดยไม่จำเป็นได้

4

พักสายตาจากหน้าจอ

หาเวลาลุกเดิน ยืดเส้นยืดสาย ไปเข้าห้องน้ำ หรือมองออกไปนอกหน้าต่างทุกๆ 1-2 ชั่วโมง การลดความเหนื่อยล้าของสายตาช่วยลดความเครียดสะสมได้ดีมาก

Healthy lunch box prepared for office work

เช็กลิสต์: การสังเกตตัวเองรายวัน

นี่ไม่ใช่แบบประเมินที่มีคะแนน หรือบ่งบอกผลลัพธ์ทางการแพทย์ใดๆ เป็นเพียงเครื่องมือช่วยเตือนความจำให้คุณหันกลับมาสนใจความรู้สึกของร่างกายในแต่ละวัน

วันนี้ฉันได้มีเวลาพักทานอาหารกลางวัน โดยไม่ต้องจ้องมองจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือตลอดเวลา
ฉันสามารถรับรู้ความรู้สึกของร่างกาย และหยุดกินเมื่อเริ่มรู้สึกอิ่มแบบพอดีๆ ได้
ฉันเลือกดื่มน้ำเปล่าเป็นหลักในช่วงบ่าย แทนที่จะเป็นเครื่องดื่มรสหวานจัด